จังหวัดมุกดาหาร เป็นจังหวัดชายแดนอยู่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย และเป็นประตูด่านสำคัญสู่กลุ่มประเทศอินโดจีน โดยมีแม่น้ำโขงซึ่งมีความยาวถึง 70 กิโลเมตร เป็นเส้นกั้นพรหมแดน มีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจ คือ อุทยานแห่งชาติภูผาเทิบ มีจากกลุ่มหินเทิบของอุทยานแห่งชาติภูผาเทิบ กลุ่มดอกหญ้าของสังคมพืชขนาดเล็ก เช่น สร้อยสุวรรณา หยาดน้ำค้าง หนาวเดือนห้า ดาวรวมดวงและที่สวยเด่นที่สุดคือดอกดุสิตตา ดอกไม้ขนาดเล็กที่มีลักษณะเป็นสีม่วงและสีน้ำเงินสด มีกลิ่นหอม จะบานสะพรั่งไปทั่วทั้งทุ่งเป็นลานกว้าง ในช่วงปลายฤดูฝนต้นฤดูหนาว นักท่องเที่ยวจะได้ชมความงามที่เกิดจากธรรมชาติในช่วงหน้าหนาว และเป็นแหล่งอนุรักษ์และตระหนักถึงความสำคัญของธรรมชาติอันสวยงาม ซึ่งเป็นมนต์เสน่ห์ของจังหวัดมุกดาหาร จึงขอเชิญชวนให้เดินทางไปเที่ยวชม “ดอกดุสิตาบานบนลานหิน ณ อุทยานแห่งชาติภูผาเทิบ และสามารถเที่ยวชมสถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง ไม่ว่าจะเป็นการเลือกสินค้าถูกใจที่ตลาดอินโดจีน นมัสการพระใหญ่ภูมโนรมย์ ตกเย็นขึ้นไปชมวิวของเมืองมุกดาหารที่หอแก้ว ชมความงามของตัวสะพานมิตรภาพ 2 จากแสงอาทิตย์สะท้อนแม่น้ำโขงทอแสงเป็นประกายช่วงพระอาทิตย์ตกดิน และชมธรรมชาติยามเย็นสองฝั่งแม่น้ำโขงรวมถึงทิวทัศน์โดยรอบ ก่อนเดินทางนักท่องเที่ยวสามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมและเส้นทางท่องเที่ยวได้ที่ อุทยานแห่งชาติภูผาเทิบ จังหวัดมุกดาหาร โทร 09-4289-2383 เปิดบริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 07.30 – 18.30 น.

หินรูปร่างแปลกๆ ในบริเวณภูผาเทิบ เป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่อาศัยกาลเวลายาวนาน กระแสลม น้ำ และการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ เป็นลักษณะพิเศษที่โดดเด่นจนได้รับการจัดเป็นสถานที่ท่องเที่ยวชมประติมากรรมธรรมชาติ ที่ผ่านการสร้างสรรค์ทางธรรมชาติมากว่า 95-120 ล้านปีกลุ่มหินรูปทรงต่างๆ หลายแบบวางซ้อนทับกันคล้ายกับลักษณะเพิงผาที่กันแดดกันลมได้ ในแต่ละฤดูจะมีดอกไม้ผลัดเปลี่ยนกันออกดอกตามฤดูกาลเพิ่มความงามให้กับภูผาเทิบอีกมากในช่วงเดือนตุลาคม-ธันวาคมของทุกปี บนลานมุจลินท์ ซึ่งเป็นลานหินเรียบทอดยาวกว้าง

กลุ่มหินเทิบ การเกิดกลุ่มหินเทิบจากอดีตจนถึงปัจจุบัน เป็นที่มาของประติมากรรมธรรมชาติที่ล้วนเกิดจากการกัดเซาะของฝน น้ำ ลมและแสงแดด ผ่านกาลเวลามาถึง 120-95 ล้านปีทำให้กลุ่มหินเหล่านี้มีสภาพแตกต่างกันไปดูคล้ายรูปเครื่องบินไอพ่น จานบิน เก๋งจีน มงกุฎ หัวจระเข้และหอยสังข์ ซึ่งความคงทนของชั้นหินที่แตกต่างกันก็เนื่องจากการประสานของเนื้อทรายแตกต่างกัน หินทรายชั้นบนที่คงทนมีสีเนื้อหินเป็นสีน้ำตาล มีส่วนประกอบที่เป็นซิลิกาและเม็ดกรวดมาก ส่วนหินทรายชั้นต่ำลงมาที่ไม่คงทนมีสีของเนื้อหินเป็นสีขาวจะมีส่วนผสมของคาร์บอเนตมากสภาพของธรณีวิทยา บริเวณกลุ่มหินเทิบประกอบด้วยหินชั้นของหมวดหินเสาขัวและกลุ่มหินภูพานของกลุ่มหินโคราช มีการลำดับชั้นหินอยู่ในมหายุคมีโซโซอิค ประกอบด้วยหินโคลน หินทราย หินทรายแป้ง และหินกรวดมนหนาประมาณ 200 เมตร

ลานมุจลินท์ เป็นลานหินเรียบทอดยาวกว้างไกลต่อจากกลุ่มหินเทิบ โดยมีป่าเต็งรังแคระล้อมรอบให้ความงดงามกลมกลืนกับธรรมชาติอีกรูปแบบหนึ่ง มีพันธุ์ไม้พุ่มจำพวกข่อยหิน นางฟ้าจำแลง อ้นเหลืองและกระโดนดานเป็นส่วนประกอบ จุดเด่นของที่นี้ที่ไม่ควรมองข้ามคือกลุ่มดอกหญ้าของสังคมพืชขนาดเล็ก เช่น สร้อยสุวรรณา หยาดน้ำค้าง หนาวเดือนห้า ดาวรวมดวงและดุสิตา ซึ่งจะออกดอกบานสะพรั่งในช่วงเดือนตุลาคม-ธันวาคม ของทุกปี ณ กลางลานแห่งนี้ยังสามารถมองเห็นทัศนียภาพแม่น้ำโขงได้ด้วย

น้ำตกวังเดือนห้า เป็นน้ำตกขนาดเล็กเกิดจากสายธารที่ไหลผ่านลานหินมุจลินท์จะมีบ่อน้ำซับไหลหล่อเลี้ยงพืชพันธุ์และสัตว์ป่า ภายในน้ำตกประกอบไปด้วยแอ่งหิน หุบหิน โขดหิน นักท่องเที่ยวนิยมไปชมทัศนียภาพ
ผาอูฐ หน้าผาแห่งนี้มีประติมากรรมหินรูปร่างคล้ายอูฐทะเลทรายและเป็นจุดชมวิวที่สวยงาม สามารถมองเห็นภูถ้ำพระ ผาผักหวานและผาขี้หมูได้อย่างชัดเจน เบื้องล่างของผาอูฐคือหุบเขากว้างไกลและมีป่าไม้เขียวขจีปกคลุม
ภูถ้ำพระ ตามตำนานแหล่งท่องเที่ยวแห่งนี้ สมัยโบราณเคยมีหมู่บ้านขอมอาศัยอยู่มาก่อนที่จะย้ายถิ่นฐานหนีภัยธรรมชาติ จึงนำพระพุทธรูปที่ตนบูชาสักการะไปเก็บไว้ที่ถ้ำแห่งนี้ประกอบไปด้วย พระเงิน พระนาก พระทองคำ พระหยก พระว่านและพระไม้เป็นจำนวนมาก ปัจจุบันพระพุทธรูปที่มีค่าสูญหายคงเหลือเฉพาะพระแกะสลักด้วยไม้เท่านั้น ณ ตรงนี้ยังมีน้ำตกที่สวยงามคือ “น้ำตกภูถ้ำพระ” อีกด้วย
ผามะนาว เป็นหน้าผาเรียบสูงชันมีน้ำตกไหลจากบนหน้าผาลงสู่เบื้องล่างหล่อเลี้ยงทรัพยากรป่าไม้และสัตว์ป่าให้อุดมสมบูรณ์ ด้านบนหน้าผาสามารถมองเห็นทิวทัศน์ของกลุ่มหินเทิบและแม่น้ำโขงได้กว้างไกล ด้านล่างของหน้าผาจะพบความสวยงามของน้ำตก ป่าไม้และสัตว์ป่า สำหรับที่มาของชื่อผามะนาว เนื่องจากพื้นที่บริเวณนี้มีต้นมะนาวป่าขึ้นเป็นจำนวนมาก
ถ้ำฝ่ามือแดง ภายในถ้ำมีภาพเขียนสีนักโบราณคดีสันนิษฐานว่าภาพเหล่านี้มีอายุไม่ต่ำกว่า 5,000 ปีและเป็นของมนุษย์สมัยโบราณ แหล่งท่องเที่ยวแห่งนี้อยู่ที่บริเวณหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติภูผาเทิบ ที่ ภท. 1 (ห้วยสิงห์) ห่างจากที่ทำการอุทยานฯ ประมาณ 8 กิโลเมตร
นอกจากนี้ อุทยานแห่งชาติภูผาเทิบ ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวอีกหลายจุดคือ ผางอย และผาปู่เจ้า ฤดูกาลท่องเที่ยวของอุทยานฯ คือ ฤดูฝน ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม-กันยายน ฤดูหนาว ตั้งแต่เดือนตุลาคม-กุมภาพันธ์ และฤดูร้อน ตั้งแต่เดือนมีนาคม-พฤษภาคม
ภูนางหงส์  เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่กำลังได้รับการพัฒนาให้มีสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ให้สามารถรองรับนักท่องเที่ยวที่เข้ามาท่องเที่ยวได้มากขึ้นและเพื่อให้การบริการนักท่องเที่ยวได้อย่างมีประสิทธิภาพ


" ผืนป่าสมบูรณ์ ท่องเที่ยวรู้คุณค่า ท้องถิ่นร่วมพัฒนา "

ความคิดเห็น